HOME   |   About us   |   Contact Us  |

ศูนย์สหกิจศึกษาและจัดหางาน

            สถาบันเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น ได้ตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาโดยมีเป้าหมายให้บัณฑิตที่สำเร็จ การศึกษาจากสถาบัน เป็นผู้ที่คิดเป็นทำเป็น ตามแนวคิดของ Monotsukuri ซึ่งเป็นหลักการพัฒนาคนในภาคอุตสาหกรรม ของญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ทั้งด้านทฤษฏีและปฏิบัติ มีความทุ่มเทใจให้กับการสร้างสรรค์ ผลงานที่มีคุณภาพเข้าใจการทำงาน ตลอดทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ จึงได้จัดให้มีการเรียนการสอนสหกิจ ศึกษา( Cooperative Education )เป็นระบบการศึกษา ที่เน้นประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานจริงในองค์กรผู้ใช้บัณฑิต ( Work-based learning )โดยให้นักศึกษาไปปฏิบัติ งานจริงเต็มเวลาและได้ทำงานตรงตามสาขาวิชาวิชาชีพรวมทั้งมีประโยชน์ต่อองค์กรผู้ใช้บัณฑิต เป็นการจัดการเรียน ของนักศึกษาในสถานศึกษาให้เข้ากับการหา ประสบการณ์จริงจากการทำงานในสถานประกอบการอย่างมีหลักการและเป็น ระบบเพื่อให้นักศึกษาสหกิจศึกษามีความพร้อมในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

:: เข้าสู่ระบบ ::

E-Mail :
Pass   :
  ลงทะเบียน
Like us on facebook








คู่มือสถานประกอบการ

 บทบาทของสถานประกอบการ

  1. การแจ้งความประสงค์การรับนักศึกษาโดยการระบุตำแหน่งงานและจำนวนที่ต้องการในใบตอบรับนักศึกษามายัง
    ศูนย์สหกิจศึกษาและจัดหางานสถาบันเทคโนโลยีไทย - ญี่ปุ่น
  2. การตรวจสอบใบสมัครนักศึกษาและการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกนักศึกษาหรือแจ้งความจำนงค์ต่อสถาบันให้คัดเลือกนักศึกษา
    ให้กับสถานประกอบการ
  3. การจัดหาพนักงานที่ปรึกษาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาตลอดระยะเวลา
    ของปฏิบัติงาน
  4. ปฐมนิเทศนักศึกษาสหกิจศึกษา เพื่อแนะนำให้รู้จักสถานประกอบการ  อาทิ  โครงสร้างองค์กรหน่วยงานต่างๆ  กำหนดการ
    ตารางเวลาปฏิบัติงาน  ความรับผิดชอบต่อหน้าที่  ความคาดหวังหลังจบการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา  และกฏ ระเบียบ และข้อปฏิบัติิต่าง ๆ ของสถานประกอบการ
  5. การมอบหมายภาระงานที่ชัดเจนให้นักศึกษาตรงสาขาวิชาชีพนักศึกษา
  6. การร่วมนิเทศงาน การประเมินผลการทำงาน และการนำเสนอรายงานของนักศึกษา

 

ลักษณะงานที่สถานประกอบการมอบหมายให้นักศึกษา

การรับนักศึกษาสหกิจศึกษาเข้าทำงาน  ทางสถานประกอบการ จะต้องมีการกำหนดภาระงานโดยมีรายละเอียดหน้าที่ที่นักศึกษา
จะต้องรับผิดชอบอย่างชัดเจนและตรงกับสาขาวิชาชีพนักศึกษา ทั้งนี้การกำหนดภาระงานจะช่วยลดปัญหาการใช้งานนักศึกษา
ผิดประเภท ซึ่งจะไม่ส่งผลดีทั้งสถานประกอบการและนักศึกษาตลอดจนจะทำให้ผิดวัตถุประสงค์หลักของการจัดการเรียน
การสอนในรูปแบบสหกิจศึกษาด้วย

 

การจัดพนักงานที่ปรึกษาเพื่อดูแลนักศึกษา

สถานประกอบการจะต้องมีการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คนเพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานที่ปรึกษา(พี่เลี้ยง)
ทำหน้าที่ดูแลและแนะนำในการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาที่นักศึกษาปฏิบัติงานได้แก่ การให้คำแนะนำ ลักษณะงาน
และความรับผิดชอบของหน่วยงาน การมอบหมายงานและการถ่ายทอดวิธีการปฏิบัติงานนักศึกษา การจัดทำรายงาน
การดูแลการปฏิบัติงาน ความเป็นระเบียบและความประพฤติของนักศึกษาให้เป็นไปตามกฎระเบียบตลอดจนกรณี
เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น นักศึกษาได้รับอุบัติเหตุในที่ทำงาน  การมีส่วนร่วมในการนิเทศงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา
รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา

 

การนิเทศงาน

ระหว่างการปฏิบัติงานของนักศึกษาจะมีการนัดหมายเวลาเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษามานิเทศงาน ณ สถานประกอบการ
โดยจะต้องมีหัวข้อการหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือพนักงานที่ปรึกษาในระหว่างการนิเทศงาน ในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ

  • รูปแบบการดำเนินงานของโครงการสหกิจศึกษา   และรายละเอียดหลักสูตรสหกิจศึกษา
  • ลักษณะงานที่มอบหมายให้นักศึกษาปฏิบัติ
  • แผนการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน
  • หัวข้อรายงานสหกิจศึกษาและความก้าวหน้า
  • การพัฒนาตนเองของนักศึกษา
  • ผลการปฏิบัติงานและความประพฤติของนักศึกษา
  • ปัญหาต่าง ๆที่สถานประกอบการพบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของนักศึกษา

 

การประเมินผลการปฏิบัติงานนักศึกษาสหกิจศึกษา

ผู้ที่จะทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา คือ พนักงานที่ปรึกษาที่ทางสถานประกอบการแต่งตั้งให้เป็น
ผู้ดูแลนักศึกษาโดยตรง ซึ่งศูนย์สหกิจศึกษาและจัดหางาน และอาจารย์ที่ปรึกษา   สหกิจศึกษาในคณะวิชา จะมอบแบบฟอร์ม
การประเมินผลปฏิบัติงานให้แก่สถานประกอบการในระหว่างที่ออกไปนิเทศงานนักศึกษา การประเมินนั้นจะมีทั้งการประเมิน
ความประพฤติการเข้ากับผู้ร่วมงานคนอื่น การเคารพต่อระเบียบวินัยขององค์กร ความรู้ความสามารถและทักษะในการทำงาน
เป็นต้น หลังจากที่กรอกผลการประเมินในแบบฟอร์มที่ได้รับเสร็จแล้ว สถานประกอบการต้องจัดส่งคืนมายังอาจารย์ที่ปรึกษา
สหกิจศึกษาในคณะวิชา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้เกรดนักศึกษาในลำดับต่อไป

 

ประโยชน์ที่สถานประกอบการได้รับ

  1. เป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับองค์กรในด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาของชาติ
  2. เกิดความร่วมมือทางวิชาการและความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบัน ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่ความร่วมมือด้านอื่น ๆ เช่น
    ด้านการวิจัยพื้นฐานเพื่อหาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ต่อสถานประกอบการ หรือการวิจัยเชิงพัฒนาที่เป็น
    ประโยชน์ต่อสถานประกอบการ
  3. สถานประกอบการได้นิสิตที่มีความกระตือรือร้นและมีความพร้อมทางวิชาการระดับหนึ่งมาช่วยปฏิบัติงาน
  4. พนักงานประจำของสถานประกอบการมีเวลามากขึ้นที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่อื่นที่มีความสำคัญมากกว่า
  5. เป็นวิธีการคัดเลือกพนักงานประจำของสถานประกอบการวิธีหนึ่งที่สถานประกอบการจะได้พนักงานที่รู้จักมาก่อน
    ทั้งด้านความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพ และอุปนิสัย  และจะได้พนักงานที่ไม่จำเป็นต้องทดลองงานก่อนเนื่องจากเคยปฏิบัติงาน
    มาแล้วในช่วงปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

 

การรักษาความลับ

สถาบันเทคโนโลยีไทย - ญี่ปุ่นตระหนักดีว่าลักษณะงานของสถานประกอบการแต่ละแห่งนั้นย่อมมีข้อมูลความลับ
ที่ไม่ต้องการเปิดเผย ดังนั้นทางสถาบันฯจึงกำชับให้นักศึกษาทุกคนต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของสถานประกอบการ
โดยการไม่นำมาเผยแพร่ หากไม่ได้รับอนุญาตจากสถานประกอบการ ทั้งนี้ รวมถึงการจัดทำรายงานโครงงานของ
สถานประกอบการก็ต้องได้รับอนุญาตจากทางสถานประกอบการก่อนที่จะดำเนินงานการจัดทำและก่อนนำกลับมาส่งให้
อาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษาภายหลังได้รับการตรวจให้คะแนนแล้ว ซึ่งเอกสารของทางสถานประกอบการแต่ละแห่งจะเก็บไว้
ที่สถาบันฯ โดยไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลใดๆ

:: เข้าสู่ระบบ ::

E-Mail :
Pass   :
  ลงทะเบียน
Like us on facebook